Navigator : HOME >> ข้อมูลสาระน่ารู้ การซื้อขายรถยนต์ รถยนต์มือสอง รถเก่า รถบ้าน
                                  และการขอสินเชื่อรถยนต์ CreditOnHand




สาระน่ารู้ การซื้อขายรถยนต์
 
  • ถูกคนขายเชิดเงินมัดจำ จะทำอย่างไร ?
  • รถที่ติดภาระเช่าซื้อ จะซื้อจะขายหรือจะโอนรถให้บุคคลอื่นกันอย่างไรจึงจะปลอดภัย ?
  • หากท่านซื้อรถยนต์แล้วภายหลังทราบว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกขโมยมาจะทำอย่างไร ?
  • สิทธิและหน้าที่ ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินเชื่อเช่าซื้อ
  • โอนสิทธิเช่าซื้อรถ
  • รถเช่าซื้อหายผู้เช่าซื้อต้องจ่ายครับ
  •  


    โอนสิทธิเช่าซื้อรถ
       
    เรียบเรียงโดย
    บุญหนา จงถิ่นสุวรรณ
    ฝ่ายวิชาการ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย




    ในการซื้อรถผ่อนชำระกับบริษัทไฟแนนซ์ ในทางกฎหมายจะเรียกสัญญานี้ว่า สัญญาเช่าซื้อรถ คือ กรรมสิทธิ์ในรถยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าผู้ซื้อจะผ่อนชำระค่างวดครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ในระหว่างการผ่อนชำระกรรมสิทธิ์ในตัวรถที่ซื้อจึงยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อคือบริษัทไฟแนนซ์ และนอกจากจะมีสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นสัญญาหลักแล้ว ส่วนใหญ่จะมีสัญญาค้ำประกันการซื้อรถด้วย

    ในกรณีที่อยู่ในระหว่างสัญญาเช่าซื้อรถ คือยังผ่อนชำระค่างวดรถไม่ครบนั้น อาจจะเปลี่ยนตัวผู้เช่าซื้อรถและผู้ค้ำประกันเป็นรายใหม่ได้ แต่การให้ทำสัญญาลอยคือลงลายมือชื่อในสัญญาแบบฟอร์มที่ไม่มีการกรอกข้อความใด ๆ ไว้ ค่อนข้างจะมีอัตราเสี่ยงสูง เนื่องจากถ้าผู้ซื้อคนหลังผ่อนชำระไม่ครบถ้วน ไม่ตรงเวลา หรือด้วยประการใด ๆ บริษัทก็อาจจะฟ้องผู้ซื้อคนแรกและผู้ค้ำประกันให้รับผิดตามสัญญาได้ เพราะยังต้องถือว่าสัญญาเช่าซื้อเดิมระหว่างผู้เช่าซื้อกับบริษัท เนื่องจากยังไม่มีการส่งมอบรถและบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถกับบริษัทไฟแนนซ์แต่อย่างใด


    ดังนั้นถ้าต้องการเปลี่ยนตัวผู้เช่าซื้อรถ ผู้เช่าซื้อรถคนแรกจะต้องแจ้งให้บริษัทไฟแนนซ์ทราบ เพื่อจะได้บอกเลิกสัญญาพร้อมส่งมอบรถคืนกับบริษัท ส่วนการที่มีผู้เช่าซื้อรถคนใหม่ซึ่งจะทำให้ผู้เช่าซื้อคนแรกได้รับเงินส่วนที่ผ่อนค่างวดรถไปบ้างแล้วจากผู้เช่าซื้อคนใหม่ การแจ้งให้บริษัทรับทราบ เพื่อจะให้บริษัทได้เรียกตัวผู้เช่าซื้อคนใหม่และผู้ค้ำประกันการซื้อรถของผู้ค้ำประกันคนใหม่เข้ามาทำสัญญากับบริษัทด้วย


    ในทางปฏิบัติ การที่ผู้เช่าซื้อรถคนแรกได้แจ้งให้บริษัทไฟแนนซ์ทราบว่า จะมีผู้มาเช่าซื้อรถต่อจากตนและมีผู้ค้ำประกันการซื้อรถด้วยแล้วเพื่อบริษัทจะได้มอบหมายให้พนักงานของบริษัทเป็นผู้ทำการแทนบริษัท กล่าวคือ พนักงานบริษัทที่ได้รับมอบหมายจะเรียกตัวผู้เช่าซื้อคนเดิมและผู้เช่าซื้อคนใหม่มาลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถของบริษัท โดยให้ผู้เช่าซื้อคนใหม่ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อซึ่งอาจจะยังไม่มีการกรอกข้อความใด ๆ ก็ได้แล้วให้ผู้เช่าซื้อคนใหม่และลงลายมือชื่อรับมอบรถยนต์ในหนังสือหลักฐานการรับมอบรถยนต์ที่ทำขึ้นโดยบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งพนักงานของบริษัทจะลงลายมือชื่อในฐานะเป็นฝ่ายโอนสิทธิและผู้ส่งมอบ ซึ่งการดำเนินการที่บริษัทจะมีการตรวจสอบความถูกต้องในการจัดทำเอกสารจากพนักงานฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทด้วย รวมทั้งต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิด้วย


    วิธีการดังกล่าวจะสามารถอธิบายโดยข้อกฎหมายได้ว่า เมื่อมีการแจ้งให้บริษัททราบ และบริษัทได้เรียกให้ผู้เช่าซื้อคนใหม่มาทำสัญญาตกลงโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อและทำห ลักฐานการรับมอบรถให้แก่ผู้เช่าซื้อคนใหม่ เท่ากับผู้เช่าซื้อคนแรกได้ส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อให้แก่บริษัทซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อแล้วทั้งเท่ากับเป็นการที่ผู้เช่าซื้อคนแรกได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าบริษัทจะให้ผู้เช่าซื้อคนหลังและผู้ค้ำประกันมาลงชื่อในสัญญา โดยจะกรอกข้อความในแบบฟอร์มไว้หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลอย่างใดต่อสัญญาเช่าซื้อระหว่างผู้เช่าซื้อคนแรกกับบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งถือว่าได้เป็นอันเลิกกันแล้ว นับแต่วันที่ถือว่ามีการส่งมอบรถคืนแก่บริษัท เมื่อผู้เช่าซื้อคนใหม่ผิดนัดไม่ชำระค่างวดรถ แม้บริษัทจะกลับมาฟ้องให้ผู้เช่าซื้อคนแรกกับผู้ค้ำประกันให้รับผิด ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อคนใหม่ผิดนัดค่างวดรถ ผู้เช่าซื้อคนแรกและผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด





    ข้อมูลจาก จุลสารสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา:http://www.taladrod.com/w/info/articleT.aspx?item=_T0001