คาถา
คาถา ปลุกเสกปลัดขิกและประวัติ

               ราว ๑,๐๐๐ ปี ก่อนพุทธกาล ชนชาติหนึ่งในโลกตะวันตก ต่างพากันนับถือ และบูชาพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว และ พระเพลิง ถือว่าเป็นผู้ให้พลังงาน และเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิต ต่อมา ชนชาติหนึ่งใน อัฟกานิสถาน และ ธิเบต ชื่อว่า อริยะ ได้เดินทางติดต่อค้าขายกัน และรับเอามาดัดแปลงเป็นศาสนาของตน กาลเวลาผ่านไป ก็ได้มีการจัดสร้างเครื่องหมายแทนเทพเจ้า พระอาทิตย์ และพระจันทร์ เพื่อให้มหาชนเคารพบูชา จึงได้จัดสร้างรูปพระอาทิตย์ และพระจันทร์ขึ้น ประดิษฐานไว้บนปลายเสา ตั้งเอาไว้กลางพระวิหาร (กษัตริย์ที่สร้าง ชื่อ พระศิวะอุมากษัตริย์ แห่งสุสะประเทศ) ชนทั้งหลายจึงเรียกว่า เสาพระอาทิตย์ พระจันทร์ ของพระศิวะ
                ขณะนั้นศาสนาพราหมณ์ น่าจะเกิดขึ้นแล้ว และ รูปแท่งหินนั้น ได้ถูกเรียกกันต่อมาว่า "ศิวลึงค์" ซึ่งทางศาสนาพราหมณ์ เขาถือว่าเป็นต้นกำเนิดของมนุษย์ ต่อมาพราหมณ์ผู้มี "ลึงค์ศาสนา" เป็นสรณะนี้ ได้จำลองศิวลึงค์เป็นรูปเล็กๆ เพื่อนำติดตัวเป็นเครื่องระลึกถึงพระศิวะบนสวรรค์ ถือเป็นวัตถุป้องกันเสนียดจัญไร ต่อมา คณาจารย์ทั้งหลาย ได้เปลี่ยนนามเสียใหม่ว่า "ปรัศว์" (ปรัศวะ คือ ข้าง) ผู้อยู่เคียงข้าง และโดยที่มีรูปสัณฐานคล้ายลึงค์ และ มีผู้เห็นผูกกับเอวเด็ก เล็กๆ ก็เกิด อาการขบขัน น่าหัวเราะ เลยมีการเรียกเพี้ยนเป็น "ปลัดขิก" 

พระคาถาปลุกเสกปลัดขิก

ให้ระลึกถึงพระคุณบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ หลวงพ่ออี๋ หลวงพ่อห้อย หลวงพ่อเหลือและหลวงพ่อเขียว วัดห้วยเงาะ 

ตั้ง นะโม 3 จบ แล้วท่อง คาถาปลุกเสกปลัดขิก โดยเฉพาะปลัดขิกหลวงพ่อเขียว ดังนี้

โอมพะลึงกำลัง จะหังสะวาหะ อุปะสัมปะ สุนะโมโล

ไว้ข้างหน้า เข้าหาเจ้านาย ไว้ข้างซ้าย ค้าขายและเข้าสตรี ไว้ข้างหลัง กันเขากระทำและภูติผี

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก pantown.com

ขอบคุณข้อมูลจาก tumsrivichai.com

ขอบคุณภาพประกอบจาก bp.or.th

  • Text link เดือนละ 500 บาท ลงได้ทุกหน้าโฆษณา
  • Text link เดือนละ 500 บาท ลงได้ทุกหน้าโฆษณา
  • Text link เดือนละ 500 บาท ลงได้ทุกหน้าโฆษณา
  • Text link เดือนละ 500 บาท ลงได้ทุกหน้าโฆษณา
  • Text link เดือนละ 500 บาท ลงได้ทุกหน้าโฆษณา
  • Text link เดือนละ 500 บาท ลงได้ทุกหน้าโฆษณา