สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง
หน้าหลัก หน้าแรกสุขภาพความงาม อาหารสุขภาพ ศัลยกรรม โรคภัย สมุนไพร เคล็ดลับสุขภาพ แม่และเด็ก เรื่องผู้หญิง ออกกำลังกาย รอบรู้เรื่องเซ็กส์ ผู้ชายอยากรู้ อัตราค่าโฆษณา ติดต่อเรา

ฝุ่นพิษ PM2.5 คืออะไร วิธีป้องกัน ภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพ

เคล็ดลับดูแลสุขภาพ

** อัปเดต วันนี้ 30 ก.ย. 2562 กรุงเทพ ติดอันดับ 2 มลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีชื่อว่า PM2.5 ก็ถือได้ว่าเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพที่เราไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว อาจจะยิ่งทำให้มีอาการป่วยได้ ถ้าไม่มีวิธีการป้องกันฝุ่นพิษอย่างถูกวิธี และนอกจากนี้ฝุ่นพิษ PM2.5 ยังเป็นสารก่อมะเร็งตัวสำคัญที่เราควรระวังกันให้ดี

วิกฤตสุขภาพ ฝุ่นพิษ PM2.5

และในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะพาทุกคนมารู้จักกับฝุ่นพิษ PM2.5 ว่าคืออะไร มีต้นกำเนิดมาจากไหน และมีอันตรายต่อสุขภาพของเราอย่างไรกันบ้าง รวมถึงวิธีการป้องกันฝุ่นพิษอย่างง่ายที่เราสามารถทำได้

The Doctor เรื่องเล่าเรากับหมอ ตอน ฝุ่นละออง PM 2.5

ฝุ่นพิษ PM2.5 เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โดยทั่วไปแล้วฝุ่นละอองจะมีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ว่าจเป็นในเกสรดอกไม้ ละอองดินทราย และฝุ่นที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เช่น อุตสาหกรรม การคมนาคม การเผาในที่โล่ง และโรงงานไฟฟ้าพลังงานฟอลซิล ซึ่งฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่จะถูกกรองโดยขนจมูกของเรา แต่ถ้าเป็นฝุ่นพิษ PM2.5 นั้น มีขนาดเล็กเกินไปทำให้สามารถเล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้

สำหรับ PM2.5 เป็นฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรงและเกิดจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษชนิดอื่น ๆ ในอากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) มีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน กล่าวคือ เป็นฝุ่นมลพิษที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ จนสามารถเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ (PM2.5 สามารถกระจายตัวเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ในทุกส่วน)

ฝุ่นพิษ PM2.5 มีลักษณะที่ขรุขระคล้ายสำลี และยังสามารถปนเปื้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นาน เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดโลก แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) จะสามารถลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นานและปะปนกับมลพิษอื่น ๆ ในอากาศได้

PM.25 ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

ทั้งนี้ไม่ว่า PM2.5 จะไปเป็นองค์ประกอบทางเคมีแบบใดก็ตามจะมีความอันตรายต่อร่างกายมนุษย์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เช่น ปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd), อาร์เซนิก (As), โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และสารก่อมะเร็งเป็นจำนวนมาก ฯลฯ

ดังนั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงกำหนดให้ PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็งในปี พ.ศ. 2556 และยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็งปอด และโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจส่วนล่าง เป็นต้น

ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงบ้าง?

1. เด็ก

อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงด้วยเหตุผลหลายประการ โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กมักจะใช้เวลาอยู่กลางแจ้งเพื่อเล่นกีฬาและทำกิจกรรรมต่าง ๆ ยิ่งอายุน้อยเท่าใด ความเสี่ยงก็จะยิ่งมีมากขึ้น เพราะทั้งปอดและระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังอยู่ในระยะที่กำลังพัฒนา การเผชิญหน้ากับมลพิษในอากาศจะไปขัดขวางการเจริญเติบโตของปอด และยังทำให้เด็กมีโอกาสเสี่ยงสูงในการป่วยเป็นโรคหอบหืดและโรคระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงได้ ซึ่งโรคเหล่านี้จะกำเริบขึ้นได้อย่างง่ายดายเมื่อมีระดับมลพิษที่สูง

2. ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์

การเผชิญกับมลพิษในอากาศจากฝุ่นละอองในระดับสูงระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้เรามีโอกาสในการคลอดบุตรก่อนกำหนดได้ ทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำ และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแท้งบุตรได้ อีกด้วย

3. ผู้สูงวัย/ผู้สูงอายุ

การที่ผู้สูงวัยจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านมลพิษหรืออยู่ในสถานที่ที่มีค่ามลพิษสูง จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอและป่วยในที่สุด และถ้าผู้สูงวัยคนไหนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจก็จะยิ่งทำให้โรคกำเริบได้ง่ายขึ้นเลยทีเดียว เนื่องจากได้รับมลพิษทางอากาศเข้าไปเป็นจำนวนมาก

4. ผู้ที่มีโรคประจำตัว

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคทางด้านปอดหรือด้านหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหอบหืด โรคถุงลมในปอดโป่งพอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ฯลฯ มีความเสี่ยงที่จะทำให้โรคเหล่านี้กำเริบขึ้นมาได้ เนื่องจากอนุภาคของฝุ่นละอองที่ได้สูดดมเข้าไปในร่างกาย ส่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงนั่นเอง

วิธีการป้องกันตัวเองจากฝุ่นพิษ

1. ลดกิจกรรมนอกบ้าน

อันตรายที่เกิดจากฝุ่นพิษในอากาศจะเพิ่มขึ้นหากเราทำกิจกรรมนอกบ้านหรืออาคารที่ใช้กำลังมาก ตามระยะเวลาที่อยู่กลางแจ้งและระดับความรุนแรงของมลพิษ ดังนั้น เราสามารถลดอันตรายลงได้ โดยการลดระดับการใช้กำลัง เช่น เลือกที่จะเดินแทนที่จะวิ่ง ลดเวลาที่อยู่กลางแจ้ง และวางแผนเลี่ยงการทำกิจกรรมในช่วงเวลหรือพื้นที่ที่มีฝุ่นพิษสูง (ถนนที่มีการจราจรที่ติดขัด) ฯลฯ

2. อยู่ภายในอาคารเมื่อมีมลพิษสูง

เมื่อมีระดับมลพิษสูงที่สามารถส่งผลร้ายต่อสุขภาพได้ ให้เราเลือกอยู่ภายในอาคารและย้านไปทำกิจกรรมภายในอาคารแทน เช่น การออกกำลังกายให้เปลี่ยนมาออกในยิมหรือฟิตเนสแทน ฯลฯ เพื่อที่จะช่วยทำให้เราได้รับมลพิษได้น้อยลง ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

3. ปรับปรุงสภาพอากาศภายในอาคาร/บ้าน

เราควรที่จะปิดหน้าต่างให้หมดในช่วงที่มีมลพิษสูง ปรับเครื่องปรับอากาศให้ใช้อากาศภายในอาคารหมุนเวียนแทนที่จะดึงเอาอากาศภายนอกเข้ามา เลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีเครี่องกรองอนุภาคฝุ่นละอองที่มีประสิทธิภาพสูง คอยดูแลให้บริเวณบ้านหรืออาคารปราศจากควันและหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งที่มีการเผาไหม้ เช่น เทียน การปิ้งย่างอาหาร การเผาขยะ ฯลฯ ที่จะทำให้เกิดควันขึ้นมา

4. สวมหน้ากากอนามัย

เลือกสวมหน้ากากอนามัยป้องกันทางเดินหายใจที่เหมาะสม เพราะหน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันทางเดินหายใจ ช่วยกรองฝุ่นละอองหรือฝุ่นพิษได้สูงถึงร้อยละ 99 (หน้ากาก N95 กรองได้อย่างน้อยร้อยละ 95 ส่วนหน้ากาก N99 กรองได้ร้อยละ 99) แต่หน้ากากอนามัยเหล่านี้จะใช้การได้ดีก็ต่อเมื่อสวมใส่อย่างถูกวิธี (ข้อมูลเพิ่มเติม : หน้ากากอนามัย มีแบบไหนบ้าง ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี – ใส่ยังไงให้ถูกด้าน)

สาระน่ารู้ ประเภทของมลพิษทางอากาศที่เราควรระวังเอาไว้ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว หรือมีภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ไม่งั้นได้ป่วยเรื้อรังแน่นอน…

มลพิษในอากาศ มีอะไรบ้าง?

1. ฝุ่นละออง

เป็นมลพิษในอากาศที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพฯ และชุมชนขนาดใหญ่ จากการวิจัยพบว่าฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สามารถเข้าไปในระบบทางเดินหายใจผ่านโพรงจมูกเข้าไปถึงถุงลมในปอด ทำให้เกิดการอักเสบ การระคายเคืองเรื้อรัง หากฝุ่นละอองนั้นเกิดจากการรวมตัวของก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจนเข้าไปในอนุภาคของฝุ่น โดยก่อให้เกิดการแพ้ และระคายเคืองผิวหนัง ทางเดินหายใจ และดวงตาได้

2. สารตะกั่ว

มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท มีผลต่อกระบวนการรับรู้ และการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์

3. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

มีความสามารถในการละลายในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน ทำให้ความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ลดลง ทำให้เลือดขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และหัวใจทำงานหนักขึ้น หากมนุษย์ได้รับก๊าซนี้ในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน และจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด

4. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และเยื่อบุตา มีอาการแสบจมูก หลอดลม ผิวหนัง และตา เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะทำให้ก๊าซละลายในของเหลวในระบบทางเดินหายใจ เกิดเป็นกรดซัลฟิวริก ซึ่งจะกัดกร่อนเยื่อบุและอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เป็นโรคจมูกและหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้

5. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน

มีผลต่อระบบการมองเห็น และผู้ที่มีอาการหอบหืด หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะทำให้มีอาการกำเริบขึ้นได้ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศ หากรวมตัวกับไอน้ำจะสามารถเกิดเป็นกรดไนตริก ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนวัสดุต่าง ๆ รวมถึงทางเดินหายใจของมนุษย์ด้วย

6. ก๊าซโอโซน

มีฤทธิ์กัดกร่อน ก่อให้เกิดการระคายเคืองตาและเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อจมูกและปอด ทำให้ความสามารถของปอดในการรับก๊าซออกซิเจนลดลง อาจเกิดโรคหืด โดยเฉพาะในเด็ก ละมีอาการเหนื่อยง่าย ส่วนในคนชราและคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือโรคหืด จะทำมีอาการหนักมากขึ้นกว่าเดิม

7. สารอินทรีย์ระเหยง่าย

มีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองเรื้อรัง นอกจากนี้สารบางชนิดเป็นสารก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง เช่น เบนซีนและไดออกซิน (มักเกิดจากการเผาขยะมูลฝอยที่มีพลาสติกปน) เป็นต้น

ขอบคุณ ข้อมูลและภาพ จากเว็บไซต์ https://www.campus-star.com/
post : จันทร์  ที่ 30  กันยายน  2562  เวลา  16:58:17 น.  by  www.CreditOnHand.com
 สินเชื่อบุคคล
 บัตรเครดิต
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
บัตรเครดิตธนาคารออมสิน GSB Premium Credit Card
สมัครบัตรเครดิตธนาคารออมสิน พรีเมี่ยม มีรายได้ประจำ 15,000 บาท/เดือน อายุงาน 4 เดือนขึ้นไป สมัครได้ทั้งเป็นผู้มีรายได้ประจำ/ อาชีพอิสระ/ เจ้าของกิจการ ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ปีแรก
รับคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารออมสินทุก 25 บาท รับคะแนน GSB Reward Point 1 คะแนน *ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

ฮอตฮิตประจำสัปดาห์

  บ้านคอนโดฟรีดาวน์
ลงโฆษณาฟรี
 ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อทะเบียนรถ ทิสโก้ ออโต้แคช
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้