สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง

กรมการค้าภายใน แจงการจัดหาผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มให้ กฟผ. โปร่งใส ไม่มีเอื้อประโยชน์

ข่าวเศรษฐกิจ

กรมการค้าภายในชี้แจงการดำเนินการจัดหาผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มให้ กฟผ. โปร่งใส และได้พยายามเชิญชวนและอำนวยความสะดวกให้ผู้จำหน่ายปาล์มมาสมัครอย่างเต็มที่ พร้อมแจงสัญญาระหว่างผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มกับ กฟผ. ดำเนินการด้วยความชัดเจนและรัดกุม

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ มอบให้กระทรวงพลังงานโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 160,000 ตัน ไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ในราคากิโลกรัมละ 18 บาท เพื่อดึงราคาผลปาล์มของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้นนั้น ปรากฏว่ามีกระแสข่าวที่บิดเบือนทำให้เกษตรกรและประชาชน เกิดความเข้าใจผิดว่าการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากเกษตรกรมีการเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

กรมการค้าภายใน ขอชี้แจงดังนี้ การดำเนินการมาตรการดังกล่าว คณะอนุกรรมการบริหารและกำกับดูแลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ (เฉพาะกิจ) ได้จัดสรรปริมาณการรับซื้อ จำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม โดยในแต่ละกลุ่มกำหนดเป้าหมายรับซื้อให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตในแต่ละพื้นที่ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี 64,000 ตัน กลุ่มที่ 2 กระบี่ พังงา ตรัง 54,000 ตัน

กลุ่มที่ 3 นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ปัตตานี นราธิวาส 32,000 ตัน กลุ่มที่ 4 ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด 10,000 ตัน และได้ประกาศรับสมัครผู้ประสงค์จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบเพื่อส่งมอบให้ กฟผ. ทั้งสิ้นจำนวน 5 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 2-8 ม.ค. 2562 / ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-11 ม.ค. 6252 / ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 15-18 ม.ค. 2562 / ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 19-25 ม.ค. 2562

ผลปรากฏว่าในการเปิดรับสมัครรอบที่ 1 มีผู้สมัครในกลุ่ม 1 เพียง 1 ราย และเสนอขายเพียง 2,000 ตันและภายหลังจากการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ทำให้ในการขยายระยะเวลาสมัครครั้งที่ 2-3 มีผู้เข้ามาร่วมโครงการเพิ่มขึ้นในกลุ่มที่ 1 และ 2 แต่สำหรับในกลุ่มที่ 3 และ 4 ผู้ประกอบการยังไม่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้ราคารับซื้อผลปาล์มในพื้นที่ปรับลดลงเหลือกิโลกรัมละ 2.60 บาท จากเดิมที่ปรับสูงขึ้นกิโลกรัมละ 2.95 บาท

ดังนั้นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ราคาจึงได้ยกเลิกการกำหนดสัดส่วนปริมาณการรับซื้อในแต่ละกลุ่มเพื่อเปิดกว้างให้ผู้ที่มีศักยภาพสามารถเสนอขายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. และไปเร่งรัดให้มีการรวบรวมรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกร ในการแก้ไขสถานการณ์ราคา

สรุปจำนวนผู้ประกอบธุรกิจที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 40 ราย โดยได้รับการอนุมัติจำนวน 32 ราย และเสนอขายน้ำมันปาล์มดิบเพื่อส่งมอบให้ กฟผ. จำนวน 111,000 ตัน แต่ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งต้องผลักดันน้ำมันปาล์มดิบอีกจำนวน 49,000 ตัน จึงจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 160,000 ตัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศขยายระยะเวลารับสมัครเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-15 ก.พ. 2562 เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่ากระทรวงพาณิชย์ได้พยายามเชิญชวนประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกให้ผู้จำหน่ายปาล์มมาสมัครอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภายหลังจากปรับปรุงหลักเกณฑ์เงื่อนไขการเสนอจำหน่ายน้ำมันปาล์มเพื่อส่งมอบให้ กฟผ. ส่งผลให้สถานการณ์ราคารับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกรปรับเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับจนปัจจุบัน ณ วันที่ 4 ก.พ. 2562 ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.90 บาท และคาดว่าจะปรับสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจบางรายขอยกเลิกและขอส่งคืนโควต้าการส่งมอบน้ำมันปาล์มให้ กฟผ.

เนื่องจากต้นทุนการรับซื้อสูงขึ้นและอาจไม่สามารถรวบรวมเอกสารหลักฐานการรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรเพื่อส่งมอบได้ โดยมีผู้ประกอบธุรกิจจำนวน 3 ราย ขอยกเลิก (บจ.พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์, บจ.ศรีเจริญปาล์มออยล์ จ.ชุมพร, บจ.นามหงส์น้ำมันปาล์ม จ.กระบี่) และขอปรับลดยอดส่งมอบ จำนวน 2 ราย (บจ.ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จ.ปัตตานี คืน 2,000 ตัน, บจ.ป.พานิชรุ่งเรืองปาล์มออยล์

สำหรับประเด็นเรื่องสัญญาระหว่างผู้จำหน่ายกับ กฟผ. ที่มีกระแสข่าวว่าไม่เป็นธรรมนั้น กรมการค้าภายในขอยืนยันว่าดำเนินการด้วยความชัดเจนและรัดกุม โดยเรื่องการจ่ายเงินให้ผู้เสนอขายจะได้รับชำระเงินร้อยละ 90 ของมูลค่าปาล์มน้ำมันที่ส่งมอบ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 จะได้รับเมื่อนำหลักฐานการรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรในราคาที่แจ้งไว้ในสัญญา

ทั้งนี้ ภาระค่าขนส่งผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด โดยอัตราค่าขนส่งทางเรือจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 0.6 บาท ประกอบด้วยค่าขนถ่ายขึ้นและลงค่าขนส่งจากต้นทางถึงปลายทาง ค่าตรวจสอบคุณภาพโดย surveyor

ส่วนเงื่อนไขไม่ให้ผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มส่งมอบทางรถยนต์นั้น เพราะจากการกำหนดปริมาณการส่งมอบ งวดละไม่น้อยกว่า 2,000 ตัน หากเป็นการส่งมอบโดยทางรถยนต์จะส่งผลในทางปฏิบัติแก่ผู้จำหน่ายทั้งด้านการจัดการและประเด็นข้อกฎหมาย ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้การขนส่งในรถบรรทุกขนาดใหญ่ กำหนดไว้ 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้าและช่วงเย็นเท่านั้น ซึ่งหากจะต้องขนส่งน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 2,000 ตันต่องวด จะต้องใช้รถบรรทุกจำนวน 67 คันในคราวเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความแออัดและยากต่อการบริหารจัดการการส่งมอบ - รับมอบ อีกทั้งยังส่งผลต่อสภาพการจารจรและมลภาวะในบริเวณโดยรอบ นอกจากนี้ ยังไม่นับรวมมีภาระต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างการรอขนถ่ายที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย จึงกำหนดจุดส่งมอบ ณ ท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าบางปะกง เพื่อให้สะดวกต่อการรับมอบส่งมอบของทั้งผู้จำหน่ายและ กฟผ. อีกทั้งยังมีต้นทุนการจัดการและการขนส่งที่ต่ำกว่า

สำหรับอัตราค่ากรดไขมันอิสระ (FFA) ที่ต้องกำหนดอัตราไม่เกินร้อยละ 7 จากอัตราปกติที่ไม่เกิน ร้อยละ 5 เนื่องจากไม่ใช่น้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค อย่างไรก็ตามหากค่า FFA เกินกว่าร้อยละ 7 (แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 9) จะมีค่าหักลดน้ำหนักที่ร้อยละ 0.5 ของปริมาณที่ส่งมอบ ส่วนการกำกับดูแลและการจ่ายชดเชยเพื่อป้องกันคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดจะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรนับตั้งวันที่ได้ทำสัญญากับ กฟผ.จากนั้นจึงจะส่งเอกสารหลักฐานการรับซื้อไปยัง กฟผ. เพื่อจ่ายชำระเงินในส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 กรณีที่ไม่สามารถจัดหาหลักฐานการรับซื้อจากเกษตรกรได้ภายใน 60 วัน กฟผ. จะคิดค่าปรับอัตราร้อยละ 0.1 ต่อวัน ของยอดวงเงินที่ทำสัญญา

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ตามที่มีกระแสข่าวว่าปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มคงเหลือในประเทศ มีจำนวน 700,000 ตัน ไม่เป็นความจริง เพราะหากถูกนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า 160,000 ตัน ครบถ้วน จะเหลือน้ำมันปาล์มดิบในสต็อกเพียง 190,000 ตัน ต่ำกว่าสต็อกปกติที่มี คือ 250,000 ตัน และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกับอัตราที่ใช้ค่อนข้างจะสอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นโอกาสที่สต๊อกน้ำมันคงเหลือในประเทศมีจำนวน 700,000 ตัน จึงเป็นไปไม่ได้ การบิดเบือนข้อเท็จจริงข้อมูลดังกล่าว จะสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบเป็นอย่างมาก

ขอบคุณ ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซด์ VOICE TV 21
post : พุธ  ที่ 6  กุมภาพันธ์  2562  เวลา  16:29:11 น.  by  www.CreditOnHand.com
 สินเชื่อบ้าน
 ประกันภัยรถยนต์
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
บัตรเครดิตกรุงไทย เคทีซี KTC CreditCard
สมัครบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย เคทีซี วีซ่า KTC Credit Card เพียงมีรายได้รวม 15,000 บาทขึ้นไป วงเงินใช้จ่ายสูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ฟรี..ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปีตลอดชีพโดยไม่มีเงื่อนไข
บริการชำระค่าสาธณูปโภค/บริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต ที่การไฟฟ้านครหลวง,ส่วนภูมิภาค,ทีโอที ทุก 1,000 คะแนนใช้แทนเงินสด100 บาท
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

ฮอตฮิตประจำสัปดาห์

บ้านมือสองเงินเหลือ
ลงโฆษณาฟรี
ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อรถยนต์ เอสจี แคปปิตอล
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้