สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง
หน้าหลัก บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อSME เครื่องรูดบัตร ประกันภัยบ้าน ประกันภัยรถยนต์ บทความ บ้านและรถมือสอง ติดต่อเรา

คืนชีพ อุตสาหกรรมยานยนต์ ความฝันของอดีต เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย

ข่าวเศรษฐกิจ

เอกชน รัฐบาล ร่วมมือ วิจัยพัฒนายานยนต์ไทย หวังนำเทคโนโลยีเข้ามาผลักดันความสามารถในการแข่งขันของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งประเทศไทยเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น 'เสือตัวที่ 5' แห่งเอเชีย ในเวลานั้นวงการอุตสาหกรรมของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบเติบโตจากทั้งการขายรถยนต์ในประเทศ รวมทั้งการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ไปยังตลาดต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2560 เป็นต้นมา ยอดการส่งออกรถยนต์ของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขการส่งออกรถยนต์ในปี 2560 ของไทยอยู่ที่ 1,139,696 คัน ขณะที่ตัวเลขการส่งออกในปี 2561 อยู่ที่ 1,100,000 คัน ลดลงร้อยละ 3.48 และแม้ว่าในมิติด้านชิ้นส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์จะยังเติบโตได้ค่อนข้างดี โดยมีมูลค่าการส่งออกในปี 2560 อยู่ที่ 9,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3.1 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีมูลค่า 9,032.27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.61

แต่ก็เริ่มมีสัญญาณเตือนถึงการชะลอตัวเช่นกัน โดยมูลค่าการส่งออกของส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์ ในไตรมาสที่ 1/2562 มีมูลค่า 2,393.11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากไตรมาสที่ 4/2561 ร้อยละ 3.17 และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 1.66

ขณะที่ ไทยยังต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งคนสำคัญอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียที่มีค่าแรงต่ำกว่ามาก ขณะที่มาเลเซียก็มีข้อได้เปรียบเรื่องการวิจัยและพัฒนาที่ดีกว่าไทย

อยากอยู่รอดต้องพัฒนาก้าวสู่อุตสาหกรรมใหม่

ตามเอกสารกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ชีี้ว่า หากพิจารณาผลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ส่วนการลงทุนเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 2 ต่อปี ขณะที่ มูลค่าการส่งออกภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี และผลิตภาพรวมภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 0.7 ต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการสะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่กำลังมีปัญหาและเป็นสัญญาณเตือนว่าการดำเนินนโยบายรูปแบบเดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีการปรับรูปแบบการดำเนินนโยบายเพื่อผลักดันเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมของไทย

ดังนั้น ในยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ที่มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยปัญญาและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก จึงบัญญัติ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve)

หนึ่งในนั้นคือ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) ได้แก่ การผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ผลิตชิ้นส่วนความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน ผลิตอุปกรณ์สำหรับรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า ผลิตยางล้อ ผลิตชิ้นส่วนระบบเชื้อเพลิง ผลิตชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง ผลิตรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมของไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ในเชิงคุณภาพ เนื่องจากไทยไม่สามารถย้อนกลับไปแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านในมิติของสินค้าราคาถูกได้อีกต่อไป เพราะนั่นจะเป็นการทำให้ไทยยิ่งติดอยู่กับกับดักรายได้ปานกลาง

เอกชนทำอะไรอยู่

หนึ่งการเคลื่อนไหวล่าสุดที่ดูจะสร้างความหวังให้วงการอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของไทยได้ คือการร่วมมือระหว่าง บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT, บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อดำเนินการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม ประกอบกับยังมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการออกแบบ วิจัย พัฒนา และผลิตเป็นยานพาหนะสมัยใหม่ (Modern Transportation) เช่น เรืออลูมิเนียม รถโดยสารอลูมิเนียม และยานยนต์ประเภทอื่นที่มีการใช้เทคโนโลยีอย่างครบวงจร

ความร่วมมือระหว่างเอกชนและภาครัฐในครั้งนี้ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำมาปรับใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดย 'วีรพลน์ เตชะผาสุขสันติ' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ไทยไม่เคยมีรถในแบรนด์ของตัวเองไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงินทุน ที่ใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการสร้างรถยนต์หนึ่งคัน แบ่งเป็น 2,500 ล้านบาทเพื่อการวิจัยและพัฒนา 2,500 ล้านบาทเพื่อการตกแต่งภายใน และอีก 10,000 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ แต่สิ่งที่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยขาดมาตลอดคือ ข้อจำกัดทางเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การออกแบบตัวรถยนต์ การทำแม่พิมพ์ชั้นสูง

เขาย้ำว่า กลุ่มบริษัทของตนมีการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้การขึ้นรูปโลหะชั้นสูง จนเป็นที่ยอมรับจากหลายค่ายรถชั้นนำ รวมถึงผันตัวเองมาพัฒนาการออกแบบกระบวนการผลิต จนสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนสูงได้ด้วยตัวเองทั้งหมด เช่น เรือ และ รถโดยสาร ที่สามารถวางขายในเชิงพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ไทยได้

อย่างไรก็ตาม ก็ยังเห็นช่องว่างด้านองค์ความรู้และมองถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยหลักของประเทศ อย่าง สวทช. เพื่ออาศัยผู้ชำนาญการสร้างระบบจัดองค์ความรู้ระดับสูงที่ได้พัฒนาขึ้นมา ให้อยู่ในรูปแบที่เป็นสากล สามารถถ่ายทอดและพัฒนาต่อเนื่องอย่างเป็นรูปแบบได้ อีกทั้งยังสามารถนำเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาโดยคนไทยและนักวิจัยเข้ามาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกด้วย

"พอทำรถยนต์ได้ การทำเรือหรือรถไฟต่อ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก" วีรพลน์ กล่าว

ด้าน 'ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล' ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สวทช. เป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างคุณค่าของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แต่งานวิจัยอย่างเดียวไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจได้ การร่วมมือกับภาคเอกชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

สำหรับการร่วมมือกันครั้งนี้ สวทช. จะถือหุ้นราวร้อยละ 10 ซึ่งจะทำให้มีความสามารถในการกำหนดนโยบายของบริษัทในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ พร้อมชี้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ใช่อุตสาหกรรมแรกที่ สวทช. เข้าไปมีบทบาทในฐานะผู้ถือหุ้น และจะไม่ใช่อุตสาหกรรมสุดท้ายที่ได้รับการช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การร่วมมือกันระหว่างองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานวิจัยและพัฒนากับภาคเอกชนที่มีงบประมาณและประสบการณ์ในการทำธุรกิจ อาจทำให้เสือตัวที่ 5 ของเอเชียที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพกลับมาได้ไม่ยาก ในเงื่อนไขที่รัฐบาลมองเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นเรื่องสำคัญอันดับที่หนึ่งมากกว่าตัวเลขงบประมาณ

ขอบคุณ ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซด์ VOICE TV 21
post : อังคาร  ที่ 11  มิถุนายน  2562  เวลา  9:35:33 น.  by  www.CreditOnHand.com
 สินเชื่อบ้าน
 ประกันภัยรถยนต์
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
บัตรเครดิตกรุงไทย เคทีซี KTC CreditCard
สมัครบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย เคทีซี วีซ่า KTC Credit Card เพียงมีรายได้รวม 15,000 บาทขึ้นไป วงเงินใช้จ่ายสูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ฟรี..ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปีตลอดชีพโดยไม่มีเงื่อนไข
บริการชำระค่าสาธณูปโภค/บริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต ที่การไฟฟ้านครหลวง,ส่วนภูมิภาค,ทีโอที ทุก 1,000 คะแนนใช้แทนเงินสด100 บาท
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

ฮอตฮิตประจำสัปดาห์

บ้านมือสองเงินเหลือ
ลงโฆษณาฟรี
ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อรถยนต์ เอสจี แคปปิตอล
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้