สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง
หน้าหลัก บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อSME เครื่องรูดบัตร ประกันภัยบ้าน ประกันภัยรถยนต์ บทความ บ้านและรถมือสอง ติดต่อเรา

ธนวรรธน์ ชี้เศรษฐกิจปี 2563 ไม่ได้แย่กว่าปีนี้

ข่าวเศรษฐกิจ

หอการค้าไทยประเมินเศรษฐกิจปี 2563 ไม่ได้แย่กว่าปีนี้ เชื่อส่งออกพลิกเป็นบวก โตร้อยละ 1.8 บนสมมติฐานเงินบาทห้ามแข็งค่าหลุด 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ แนะรัฐหาทางลดผลกระทบภัยแล้งแต่เนิ่นๆ - หนุนใช้งบรัฐจัดประชุมสัมมนาเมืองรองท่องเที่ยวชุมชน-ทำบาทอ่อนเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน-ขอเสียงสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ระยะหลังจากนี้เศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ ฟื้นอย่างคงเส้นคงวา จากการประกันรายได้พืชผลการเกษตร ที่ทำให้รายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยาง ปาล์ม มันสำปะหลังเพิ่มขึ้น

โดยขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้เกษตรกรขยายตัวกลับมาเป็นบวกแล้ว หลังจากติดลบมานาน แสดงว่าเศรษฐกิจฐานรากเริ่มกลับมาดีขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับความหวังว่า ปี 2563 น่าจะเป็นปีที่ของการกลับมาลงทุนของภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น แม้สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPLs ยังไม่คลี่คลาย สถาบันการเงินยังเข้มงวดการปล่อยสินเชื่ออยู่ก็ตาม

แต่ในปี 2563 ยังมีความเสี่ยง โดยยังต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากภัยแล้งที่จะมีผลทั้งต่อภาคการผลิตและภาคการท่องเที่ยวบริการ ความเสี่ยงจากการผ่านกฎหมายฮ่องกงของรัฐสภาสหรัฐฯ (กฎหมายประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนฮ่องกง' หรือ Hong Kong Human Rights and Democracy Act 2019 ) ที่อาจจะเพิ่มความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความเสี่ยงจากเงินบาทที่แข็งค่ามากและเร็วกว่าสกุลเงินอื่นๆ โดยคาดว่าปีหน้า ในกรณีที่แย่ที่สุดเงินบาทมีโอกาสหลุดไปอยู่ที่ 29.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติด้วย

สำหรับเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2562 และทิศทางปี 2563 ยังมีปัจจัยบวก จากเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคที่จะเติบโตได้จากภาคการท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ การลงทุนของภาครัฐ การลงทุนของภาคเอกชนโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยต่ำ) ต่อไป ซึ่งหากสัญญาณเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 1/2563 หลังจากปี 2562 ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว 2 ครั้ง และทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโบบายอยู่ที่ร้อยละ 1.25

"ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 2/2563 หากสัญญาณเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ขณะที่สมมติฐานค่าเงินบาทในกรณีฐานปีหน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 30.00- 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าในกรณีที่แย่โอกาสหลุดลงต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ไปอยู่ที่ 29.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ได้" นายธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประมาณการเศรษฐกิจปีหน้าว่า เศรษฐกิจโลกน่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3.0 และ 3.4 ในปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ และน่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 2/2563 เป็นต้นไป ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2562 จีดีพีขยายตัวร้อยละ 2.5-2.6 ปี 2563 ร้อยละ 3.1 การส่งออกปีนี้ติดลบร้อยละ 2.1 ปีหน้าพลิกกลับมาเป็นบวกเติบโตร้อยละ 1.8 ซึ่งเป็นการฟื้นตัวอ่อนๆ และขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนจะไม่หลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี หอการค้า 5 ภาคมีข้อเสนอสำหรับการผลักดันเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และเป็นหลักประกันว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ในปี 2563 ดังนี้

1) การเพิ่มราคาพืชผลการเกษตร โดยภาครัฐต้องรับซื้อสินค้าเกษตรไปแปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น พาราซอยซีเมนต์ เป็นต้น

2) ส่งเสริมหน่วยงานรัฐจัดประชุมสัมมนาในจังหวัดเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยวชุมชน ผ่านการใช้งบประมาณประจำปีเพื่อกระจายรายได้ในภูมิภาค

3) เนื่องจากปี 2563 ยังมีความเสี่ยงภัยแล้งอยู่ ดังนั้นต้องจัดการวางแผนตั้งแต่ต้นปี เพื่อให้มีน้ำเพียงพอและเหมาะสมกับการต้องการใช้น้ำทั้งในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการในภูมิภาคต่างๆ เพื่อพร้อมรองรับและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วม พร้อมการจ้างแรงงานท้องถิ่นขุดบ่อน้ำเพิ่ม

4) ให้รัฐสนับสนุนร่างกฎหมายดูแลอากาศสะอาด และ พ.ร.บ. อากาศสะอาด (Clean Air Act) ซึ่งหอการค้าภูมิภาคได้ลงชื่อเสนอกฎหมายผ่านวุฒิสภา

5) ผลักดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การส่งออก และท่องเที่ยวได้

"ปี 2563 ภาพเศรษฐกิจจะไม่ได้แย่กว่าปีนี้ (2562)" นายธนวรรธน์ กล่าว

ขอบคุณ ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซด์ VOICE TV 21
post : จันทร์  ที่ 2  ธันวาคม  2562  เวลา  11:14:04 น.  by  www.CreditOnHand.com
 สินเชื่อบ้าน
 ประกันภัยรถยนต์
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
บัตรเครดิตกรุงไทย เคทีซี KTC CreditCard
สมัครบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย เคทีซี วีซ่า KTC Credit Card เพียงมีรายได้รวม 15,000 บาทขึ้นไป วงเงินใช้จ่ายสูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ฟรี..ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปีตลอดชีพโดยไม่มีเงื่อนไข
บริการชำระค่าสาธณูปโภค/บริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต ที่การไฟฟ้านครหลวง,ส่วนภูมิภาค,ทีโอที ทุก 1,000 คะแนนใช้แทนเงินสด100 บาท
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

ฮอตฮิตประจำสัปดาห์

บ้านมือสองเงินเหลือ
ลงโฆษณาฟรี
 ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อทะเบียนรถ ทิสโก้ ออโต้แคช
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้