สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง
หน้าหลัก บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อSME เครื่องรูดบัตร ประกันภัยบ้าน ประกันภัยรถยนต์ บทความ บ้านและรถมือสอง ติดต่อเรา

ธนาธร เจาะกลาโหม เงินนอกงบฯ หมื่นล้าน ม้า มวย โทรทัศน์ วิทยุ ยากตรวจสอบ

ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ

"ธนาธร" บรรยายพิเศษชำแหละ งบฯ กลาโหม สงสัยเงินนอกงบประมาณ 1.9 หมื่นล้าน ปชช.ตรวจสอบไม่ได้ เผยกฎหมาย 3 ฉบับ เอื้อ 'กลาโหม' ย้ำต้องโปร่งใส

ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ตึกไทยซัมมิท​ทาวเวอร์​ นายธนา​ธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดบรรยายพิเศษ ถึงความไม่เหมาะสมและความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม

นายธนาธร เริ่มต้นการบรรยายด้วยการให้ภาพรวมของงบประมาณปี 2563 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 ซึ่งมีทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท โดยระบุว่า 2.7 ล้านล้านบาทมาจากภาษีของประชาชน ส่วนอีก 5 แสนล้านบาทมาจากเงินกู้ที่รัฐบาลตั้งงบขาดดุลเอาไว้ ซึ่งในงบประมาณทั้งหมดนี้เป็นงบของกระทรวงกลาโหม​ 23,3000 ล้านบาท เงินจำนวนนี้เรียกว่าเงินในงบประมาณที่สามารถตรวจสอบและสั่งตัดได้

แต่มีเงินงบประมาณอีกจำนวนหนึ่งที่เรียกว่าเงินนอกงบประมาณ​เป็นจำนวน 19,000 ล้านบาท เงินในส่วนนี้ไม่สามารถตรวจได้ ซึ่งไม่รู้เลยว่าเงินนอกงบประมาณมาจากไหน ใช้ไปทำอะไร ใครเป็นคนสั่งจ่าย เอาไปใช้ที่ไหนอย่างไร ถามว่าเงินจำนวนนี้มีมากขนาดไหน เงินนี้สามารถทำให้ทระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินงานได้ โดยไม่ต้องใช้ภาษีของประชาชน นี่คือความใหญ่ของเงิน 19,000 ล้านบาท

เผยกฎหมาย 3 ฉบับ เอื้อ 'กลาโหม'

นายธนาธร กล่าวว่า จากการที่กองทัพออกมาโต้ว่าเงินนอกงบประมาณจำนวนนี้ นำเอาไปในการบูรณาการเพื่อดูแลประชาชน ตนคิดว่าประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่อยู่ที่การใช้งบประมาณต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่ในวันนี้ไม่มีใครมองเห็นว่ารายรับของงบส่วนนี้มาจากไหน และรายจ่าย จ่ายไปที่ใด ขนาดอดีต ส.ส. อย่างตน ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนมองไม่เห็น ประชาชนยิ่งไม่มีทางมองเห็นและตรวจสอบได้

"เงินนอกงบประมาณของกระทรวงต่างๆ นั้นสามารถตรวจสอบได้ เว้นแต่ของกระทรวงกลาโหมเพียงกระทรวงเดียวที่เราไม่รู้ และไม่สามารถขอข้อมูลใดๆ ได้ และความพิเศษนั้นอยู่ที่กฎหมาย 3 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันที่ให้กระทรวงกลาโหมมีความพิเศษบางอย่าง คือ

1. พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 2561 มาตรา 61(3) อธิบายไว้ว่า เงินนอกงบประมาณทั้งหมดต้องปฏิบัติตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งหมายความว่าอย่างน้อยยังตรวจสอบได้ แต่ท่อนหลังได้อธิบายไว้ว่า ยกเว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือได้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นอย่างอื่น

2. ซึ่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่าย การรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และการนำส่งคลัง 2562 ในข้อ 8 อธิบายไว้ว่า การเบิกจ่าย การรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงินของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้ยึดถือข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน ซึ่งได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลัง นั้นหมายความว่า ไม่มีกระทรวงไหนได้รับสิทธิพิเศษนี้นอกจากกระทรวงกลาโหม

3. ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน ปี 2555 ได้อธิบายไว้ว่า ให้แบ่งเงินนอกงบประมาณออกเป็นสองประเภท ซึ่งประเภทแรกให้ทำตามกฎหมายแบบที่กระทรวงอื่นๆทำทั้งหมด แต่เงินนอกงบประมาณประเภทที่สองอธิบายไว้ว่า สามารถตั้งระบบบัญชีเองได้และสามารถตั้งระบบตรวจสอบเองได้ นั้นหมายความว่า ระบบบัญชีของรัฐที่เป็นสากลใช้กันทั่วโลก ใช้ไม่ได้เงินนอกงบประมาณในส่วนที่สองนี้" นายธนาธร กล่าว

สงสัยเงินสัมปทานสถานีโทรทัศน์-วิทยุ

นายธนาธร ยังได้บรรยายถึงรายได้ของนายพล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เกิดจากกระรัฐประหารปี 2557 เฉลี่ยแล้วมีรายได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือนหรือ 12 ล้านบาทต่อปี, รวมถึงระบุว่า สิ่งแรกที่ได้เข้าไปดูในฐานะกรรมการงบประมาณปี 2563 ที่เห็นได้ชัด คือ การเช่าสัญญาณโครงข่ายภาคพื้นดิน หรือ (MultiPlexer-MUX) ทั้ง สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 มีรายได้ 6,214 ล้านบาท กับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ที่ปล่อยสัมปทานตั้งแต่ปี 2512 รวม 50 ปี ได้เงินเพียง 4,212 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทำให้ผู้บริหารช่อง 7 กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่รวยที่สุดในประเทศและเมื่อหมดสัญญา ช่อง 7 ก็ไม่ได้มีการเปิดประมูลเช่าช่องสัญญาณ

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังมีการปล่อยเช่าสัญญาณวิทยุอีก 537 สถานีในเหล่าทัพต่างๆ ตนจึงได้ถามผู้เกี่ยวข้องที่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการซึ่งยังไม่ได้คำตอบ ในคำถามสำคัญๆ ทั้งรายได้จากการใช้ทรัพยากรวิทยุย้อนหลัง, รายชื่อบริษัทผู้บริหารหรือสัมปทานคลื่นวิทยุ, รายละเอียดเงินนอกงบประมาณ จนถึงที่มาของรายได้และรายจ่ายเงินนอกงบประมาณ ย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งต้องรอดูว่าผู้มีอํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้

กองทัพขาดทุนยับ

นายธนาธร เปิดเผยว่า ตรวจสอบ พบบริษัทที่มีบทบาทสำคัญคือ RTA Entertainment หรือบริษัท Royal Thai Army Entertainment ซึ่งผู้ถือหุ้นบริษัทอันดับ 1 คือกองทัพบก 50% ลำดับที่ 2 ถึง 15 มี 14 รายนั้นเป็นนายทหารทั้งหมด โดยข้อมูลกรมธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ตามรายงานของผู้สอบบัญชี ปี 2561 ระบุถึง RTA มีนัยว่าจะเจ๊ง เพราะขาดทุนสะสม 1,000 ล้าน ขณะที่ทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งพบว่า กองทัพบก ปล่อยเงินกู้ให้ RTA โดยไม่มีดอกเบี้ย 1,200 บาท เพื่อเอาไปลงทุนในตลาดหุ้น โดยซื้อหุ้น 2 ตัว 1 ในนั้นคือหุ้นธนาคารทหารไทย ด้วยเงินรวมกว่า 1,400 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นตก เหลือราคาเพียง 400 ล้านบาท จึงขาดทุน 1,000 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ต้องพูดให้สาธารณชนรับรู้ เพื่อหวังให้กองทัพต้องอธิบายต่อสาธารณชนให้ถูกต้อง ว่าทำไม หุ้น 50% ของ RTA ถือโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งมีการเปลี่ยนมือมาตลอดตั้งแต่ปี 2547 ที่ก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา แต่ไม่ได้บอกว่ามีการทุจริต แต่สิ่งสำคัญคือความโปร่งใสของการใช้งบประมาณ

กังขาสนามม้า-มวย เม็ดเงินสะพัดหลายร้อยล้าน

นายธนาธร ยังระบุถึง สนามมวยลุมพินี ที่บริหารโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งยังไม่รู้สถานะชัดเจนว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นของรัฐหรือเป็นเอกชน แต่ที่ชัดเจนคือ ตั้งอยู่ในค่ายทหาร ภายใต้กรมสวัสดิการกองทัพบก แต่ไม่มีโครงการนี้ในกรม ส่วนกองการกีฬาทหารบก มีข้อมูลระบุเพียงว่าสนามมวยนี้เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้อยู่ในสังกัด โดยงบประมาณก่อสร้าง 380 ล้านบาท รายได้ต่อปีประมาณ 400 ล้านบาท มีบริษัทรับถ่ายทอดสด แต่ไม่ทราบว่าจ่ายค่าสัมปทานหรือประมูลกับใคร หน่วยงานไหน และการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องใช้วิธีเฉพาะเจาะจง คือ ไม่มีการประมูล ซึ่ง 70 % การจัดซื้อจัดจ้างทำกับ 1-2 บริษัทเท่านั้น

เช่นเดียวกับ "สนามม้า" มีที่อังรีดูนังต์เและที่นางเลิ้ง ที่ย้ายไปที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่ทราบสถานะว่าเป็นนิติบุคคล เป็นของรัฐหรือเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นกัน แต่พบ 3 องค์กรเกี่ยวข้องคือ อัศวราชสีมาสโมสร, องค์การค่ายสุรนารีและองค์การทหารผ่านศึกราชสีมา แต่ไม่ทราบผู้บริหาร รู้เพียงว่าสนามม้านี้อยู่ในค่ายสุรนารี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

นายธนาธร อ้างถึงระเบียบกระทรวงมหาดไทยปี 2524 ระบุว่า ให้ผู้จัดแข่งขันม้า ต้องขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยทุกเดือน จึงต้องถามว่า ใครเป็นผู้ถือใบอนุญาตการพนันแข่งม้าตามระเบียบนี้ และเมื่อไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดก็ถูกไล่กลับบ้านโดยไม่ได้คำตอบ

จึงได้ตั้งคำถามต่อผู้แทนกระทรวงกลาโหม ถึงรายได้เข้าหน่วยงานใดบ้าง หลักฐานการดำเนินกิจการและเอกสารทางการเงินและบัญชีต่างๆ ซึ่งต้องรอดูคำตอบ โดยมี ส.ส.ของพรรคในกรรมาธิการงบประมาณ ติดตามเรื่องทั้งหมดนี้อยู่

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า ไม่ได้บอกว่าเรื่องธุรกิจสนามแข่งม้าและสนามมวย ควรยกเลิกหรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องการคือ ถ้าจะมีก็ควรจะเปิดประมูลอย่างโปร่งใส ทำสัญญาให้ชัดเจนให้ทุกอย่างตรวจสอบได้ เพื่อไม่ต้องมีเงินใต้โต๊ะ และจะได้ไม่ต้องมีข้อกังขาอย่างที่ผ่านๆ มาก

สับงบ IO ไร้รายงาน - สร้างความเกลียดชัง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องปฏิบัติการฐานข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ของกองทัพและกระทรวงกลาโหม มีหลายเพจ ที่ใช้โจมตีทาง Social Media อย่างเดียวและหลายเพจปิดไปแล้ว อย่างเพจกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 152 ระบุว่าเป็นบริการของภาครัฐ ที่ตั้งอยู่ในค่ายทหารชัดเจน แต่ที่สำคัญคือ ไม่มีในรายงานงบประมาณของกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย IO ซึ่งสะท้อนด้วยว่า ความเกลียดชังกันของคนในสังคมนั้นถูกสร้างขึ้น ไม่ได้อยู่เฉยๆ แล้วคนเกลียดชังกันเอง

อีกทั้งการใช้งบประมาณของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน.ที่มีกลุ่มเป้าหมายที่เด็กและเยาวชน มีภารกิจส่งเสริมและเผยแพร่ "ความจริงที่ถูกต้อง" เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นิยามและความจริงที่ว่านั้นคืออะไร ขณะที่ความจริงของ กอ.รมน.กับคนทั่วไปอาจจะแตกต่างกัน ดังนั้น เพียงเริ่มต้นว่าทุกคนต้องเชื่อความคิดที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว นอกจากไม่เคารพความหลากหลายแล้วยังเป็นเรื่องน่ากลัว

แฉเสนองบฯ เกินจริง

นายธนาธร ระบุถึง งบฯ กลาโหม 2 แสน 3 หมื่นล้านบาท มีงบผูกพันในอนาคตด้วย ตามกฎหมายให้ตั้งไม่เกิน 10 % โดยปี 2563 มากสุดคือ กระทรวงคมนาคม ซึ่งเข้าใจได้ แต่อันดับ 2 คือ กระทรวงกลาโหม ที่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมางบผูกพันเพิ่มขึ้น 2.3 เท่า จากปี 2553 งบผูกพัน 1 หมื่น 9 พันล้านบาท แต่ปี 2563 มีงบผูกพัน 4 หมื่น 3 พันกว่าล้านบาท โดยอ้าวว่า เอาไปใช้พัฒนาขีดความสามารถกองทัพ หรือ ซื้ออาวุธ และการดำรงสภาพความพร้อมในการป้องกันประเทศ ที่หนึ่งในนั้นคือ การสร้างบ้านพักรับรองแจก VIP กองทัพเรือราคาเป็น 100 ล้านบาท ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาขนและสวัสดิการของทหาร

นายธนาธร ยังตั้งขอสังเกตว่า รายจ่ายลงทุนของกระทรวงกลาโหม ปี 2559 เพิ่มจาก 3,700 ล้าน เป็น 46,000 ล้านบาทและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เเต่เบิกใช้จริงจากเกือบ 100 % แล้วลดลงเรื่อยๆ โดยในปี 2562 กระทรวงกลาโหมเบิกใช้จ่ายจริงเพียง 40 % เท่านั้น หรือ เป็นการตั้งงบประมาณไว้มาก แต่ไม่มีความสามารถในการใช้จ่ายจริง ซึ่งเบียดบังงบประมาณที่จะไปใช้อย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบชลประทาน, สาธารณูปโภคและสวัสดิการรวมถึงการศึกษา หรือทำให้กระทรวงอื่นไม่มีโอกาสที่จะนำงบประมาณรายจ่ายในการลงทุน ซึ่งนายธนาธร ได้เสนอในกรรมาธิการงบประมาณปี 2563 ให้ตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหมลง 40 % เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายจริงที่ใช้แค่ 40% ซึ่งถ้าตัดงบตามความเป็นจริงน่าจะเป็น 60% ด้วยซ้ำ

เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าประกันสุขภาพถ้วนหน้า

นายธนาธร กล่าวทิ้งท้ายว่า ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 งบบัตรสวัสดิการถ้วนหน้าหรือบัตรทองสูงกว่างบกลาโหม แต่หลังรัฐประหารปี 2549 งบประทรวงกลาโหม เฉลี่ยต่อหัวประชากร สูงกว่างบประมาณของบัตรทอง และยืนยันว่า ธุรกิจเกี่ยวกับมวย หวยและม้าแข่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมรรถนะของกองทัพที่นายพล มักอ้างความมั่นคงหรือเตรียมพร้อมที่จะรบแต่อย่างใด

นายธนาธร ยืนยันว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนอย่างน้อยจากเหตุการณ์พฤษภา 2535 ที่ถูกบรรจุไว้หรือแปรมาเป็นมาตราสำคัญๆ ในรัฐธรรมนูญ 2540 มีหลายอย่างทั้งให้ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง, สื่อมวลชนต้องมีอิสระ, ประชาชนต้องตรวจสอบให้เข้าถึงข้อมูลของรัฐ, การเสนอร่างกฎหมายโดยประชาชน, การกระจายอำนาจจากส่วนกลาง เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่น่าเสียดาย หลังพฤษภาคม 2535 มีการพูดถึงการปฏิรูปกองทัพ ที่แทบจะเป็นวาระเดียวที่คนเห็นร่วมกัน แต่ลืมทำในรัฐธรรมนูญ 2540 ดังนั้น เมื่อได้รัฐบาลประชาธิปไตยจำเป็นต้องผลักดันเรื่องนี้

เชื่อมั่น การนำของ "ปิยะบุตร" ในสภา

นายธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีทำลาออกจากทุกตำแหน่งในรัฐสภารวมถึงกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณประจำปี 2563 โดยระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ ยังยืนยันและทำงานใน สภาผู้แทนราษฎรอย่างเข้มแข็งและเชื่อมั่น การนำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ที่จะทำหน้าที่ในสภาด้วยความเข้มแข็งและสร้างสรรค์

ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ได้พิสูจน์ตัวเองและทำตามที่เคยหาเสียงไว้แม้เป็นฝ่ายค้าน โดยได้แปลงนโยบายจากที่เคยหาเสียงทั้งการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร, สวัสดิการแรงงาน และการยกเลิกคำสั่ง คสช.มาเป็นการเสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

นายธนาธร เลี่ยงที่จะกล่าวถึง การที่ผู้สนับสนุนพรรคและมวลชน อาจจะลงมาต่อสู้บนท้องถนน โดยระบุว่า ตัวเองไม่สามารถยืนยันหรือรับประกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นได้ เพราะทุกอย่างอยู่ที่อารมณ์ความรู้สึกของประชาชน ซึ่งหากสิ่งที่ตัวเองทำ ประชาชนไม่เห็นด้วย ก็ไม่ร่วมกับตัวเองอยู่ดี

ขอบคุณ ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซด์ VOICE TV 21
post : จันทร์  ที่ 2  ธันวาคม  2562  เวลา  14:14:59 น.  by  www.CreditOnHand.com
 บัตรผ่อนสินค้า
สินเชื่อรถยนต์
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
สินเชื่อรถยนต์ เอสจี แคปปิตอล รถทำเงิน SG Capital
สินเชื่อรถยนต์ เอสจี แคปปิตอล รถทำเงิน ไม่ต้องจอดรถ รถยังมีใช้อยู่ รถเก๋ง กระบะ อายุสูงสุดถึง 25 ปี (รวมระยะเวลาการผ่อน) รับจัดไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์ refinance รถตู้ รถบรรทุก ทุกประเภท รู้ผลภายใน 1 วัน
รับรถบรรทุก หัวลาก 4-18 ล้อ ,รถตู้ส่วนบุคคล (ป้ายขาว) รถตู้สาธารณะ (ป้ายเหลือง) อายุสูงสุดถึง 15 ปี (รวมระยะเวลาการผ่อน) อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.5% ต่อเดือน
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

ฮอตฮิตประจำสัปดาห์

บ้านมือสองเงินเหลือ
ลงโฆษณาฟรี
 ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อทะเบียนรถ ทิสโก้ ออโต้แคช
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้