สมัครสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ตั้งเป็นหน้าแรก
ก้าวสู่ปีที่ 12 กับ CreditOnHand
สินเชื่อ เจมันนี่
ให้บริการรับสมัคร สินเชื่อ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อ SME
สินเชื่อบ้าน ประกันภัยบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ วาไรตี้ ข่าวสาร สาระบันเทิง
หน้าหลัก บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรผ่อนสินค้า โอนหนี้ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อSME เครื่องรูดบัตร ประกันภัยบ้าน ประกันภัยรถยนต์ บทความ บ้านและรถมือสอง ติดต่อเรา

เรื่องนี้ SME ต้องรู้ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก 2020 จะถดถอยหรือไปต่อ

ข่าวธุรกิจส่วนตัว SME Business

ในปี 2020 ประเด็นที่น่าสนใจนอกจากการติดตามประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกับ เรื่อง Brexit แล้ว คงหนีไม่พ้นความกังวลว่าปีหน้าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) หรือไม่ ทั้งจากความเชื่อที่มองว่าวิกฤติเศรษฐกิจจะเกิดทุกรอบ 10 ปี หรือการที่นักเศรษฐศาสตร์และผู้จัดการกองทุนชั้นนำต่างเริ่มออกมาส่งสัญญาณเตือนถึงโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งนี้ประมาณการเติบโตของ GDP โลก ของหน่วยงาน IMF, World Bank และ OECD ยังคงมองว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงเติบโตอยู่ในระดับ 2.70 เปอร์เซ็นต์ -3.40 เปอร์เซ็นต์อยู่ อีกทั้งตัวบ่งชี้เศรษฐกิจถดถอยในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั่วโลก ยังคงมีสัญญาณที่เป็นปกติ ดังนี้

1. ตัวเลขอัตราการว่างงาน สหรัฐฯ และจีนยังคงอยู่ในระดับต่ำ ที่ 3.5 เปอร์เซ็นต์ และ 3.6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ แต่สำหรับสหภาพยุโรปนั้นตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 7.5 เปอร์เซ็นต์ โดยแม้เยอรมันจะมีอัตราการว่างงานที่ต่ำเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่กลุ่มประเทศที่มีเคยปัญหาเช่น กรีซ สเปน และอิตาลี ยังคงมีอัตราการว่างงานที่สูงถึงระดับ 10 เปอร์เซ็นต์

2. NPL Ratio สำหรับสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือหนี้เสีย ในสหรัฐฯ และจีน ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1.4 เปอร์เซ็นต์ และ 1.8 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยแม้ในสหภาพยุโรปภาพรวมแม้จะมีสัดส่วนหนี้เสียเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แต่หากดูในรายประเทศแล้ว ประเทศกรีซยังคงมีสัดส่วนหนี้เสียสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยไซปรัสและโปรตุเกสที่ 20 เปอร์เซ็นต์ และ 10 เปอร์เซ็นต์

3. กำไรของบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มคงที่ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา สำหรับตลาดหุ้นยุโรปกำไรของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวลดลงเล็กน้อย มีเพียงตลาดหุ้นจีนที่กำไรของบริษัทยังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นแต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง

4. Inverted Yield Curve ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้นเทียบกับระยะยาว ปัจจุบันอยู่ที่ 0.17 เปอร์เซ็นต์แต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้เกิดภาวะ Inverted Yield Curve ในระยะเวลาสั้นๆ จึงเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง

ปี 2020 ตลาดยังผันผวน แต่โอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยยังน้อย

SCB Chief investment Office (SCB CIO) มองว่า ในปี 2020 ตลาดจะยังคงผันผวนและมีโอกาสน้อยที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะยังไม่เกิดขึ้นในปี 2020 นี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง เพราะที่ผ่านมาเรามักจะประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากภาวะฟองสบู่หรือวิกฤตทางการเงิน แต่หากเราวิเคราะห์สาเหตุของเศรษฐกิจหดตัวที่ผ่านมาแล้ว จะสามารถจำแนกได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ “ความโลภ” และ “ความกลัว” ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนค่อนข้างรู้จักเป็นอย่างดี

ความโลภ เกิดจากผู้คนไล่ซื้อสินทรัพย์โดยหวังว่าจะขายต่อได้ในราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจมูลค่าที่แท้จริง ทำให้เกิดฟองสบู่ขึ้นมาและเมื่อฟองสบู่แตกก็ส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวได้ ตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากความโลภ เช่น

Subprime Crisis (2008) ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐฯและสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มความน่าเชื่อถือต่ำจนก่อให้เกิดหนี้เสีย ส่งผลให้สหรัฐฯ GDP เติบโตลดลง -5.1 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการว่างงานอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์

Dotcom Bubble (2000) การเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต โดยในปี 1995-2000 ตลาด NASDAQ ปรับเพิ่มสูงขึ้นถึง 400 เปอร์เซ็นต์ และมี P/E Ratio ที่สูงถึง 200 เท่า โดยเมื่อฟองสบู่แตกก็ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ GDP เติบโตลดลง -0.3 เปอร์เซ็นต์ และอัตราการว่างงานสูงขึ้นถึง 6.3 เปอร์เซ็นต์

สำหรับกรณีความกลัวนั้น เกิดขึ้นเมื่อผู้คนรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดีหรือรายได้ในอนาคตจะน้อยลง จึงไม่กล้าใช้เงินเพื่อบริโภคและเก็บออมเงินมากขึ้น เมื่อการบริโภคลดลงจึงส่งผลให้กำไรของธุรกิจลดลง ก่อให้เกิดเศรษฐกิจไม่ดีเป็นวงจรต่อเนื่อง ซึ่งอาจขัดแย้งกันความเชื่อเดิมที่ว่า “เศรษฐกิจไม่ดี ควรเก็บเงินไว้เผื่อใช้ยามฉุกเฉิน” โดยในทางทฤษฎีเราเรียกว่า ความขัดแย้งของความประหยัด (Paradox of thrift) ตัวอย่างเช่น

Japan Lost Decade (1991-ปัจจุบัน) หลังจากวิกฤตฟองสบู่หุ้นและอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นแตกในปี 1987-1990 ทำให้ความมั่งคั่งของคนญี่ปุ่นลดลง ส่งผลให้คนญี่ปุ่นระมัดระวังตัวและเก็บออมแทนที่จะนำไปลงทุนหรือบริโภค ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นจนถึงปัจจุบัน

The Great Depression (1929-1939) ปัญหาการว่างงานที่สูงขึ้นจากการที่ดอกเบี้ยสูงและราคาสินค้าเกษตรต่ำลง อีกทั้งการที่ธนาคารมีหนี้เสียในระบบสูงขึ้นจากการปล่อยเงินกู้ให้นักลงทุนไปซื้อขายหุ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้คนไม่กล้าลงทุนและใช้จ่ายเงิน โดยเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

โลกอาจพบกับเศรษฐกิจถดถอยในรูปแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน

จากที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดจาก ความโลภ นั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวลงในระยะสั้น โดยรัฐบาลสามารถป้องกันได้โดยออกมาตรการควบคุมการเก็งกำไรโดยการกำหนดกฎเกณฑ์และนโยบาย เช่น นโยบาย LTV ของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเพื่อลดความร้อนแรงในการเก็งกำไร แต่สำหรับเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดจาก ความกลัว นั้นตลาดจะค่อยๆ ปรับตัวลงและซึมเป็นระยะเวลานาน โดยรัฐบาลต้องใช้นโยบายและวิธีการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจในการใช้เงินและรู้สึกปลอดภัยกับรายได้ของตนเองในอนาคต

สุดท้ายนี้ SCB CIO มองว่าตอนนี้นักลงทุนและคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในภาวะความโลภ แต่อยู่ในภาวะที่ระมัดระวัง ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความกลัวในอนาคตได้ ผนวกเข้ากับการที่หลายประเทศกำลังเข้าสู้สังคมสูงอายุ ธุรกิจเดิมถูก Disrupt มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยและมีการลดการใช้พนักงาน ล่าสุด Deutsche Bank เตรียมปลดพนักงานกว่า 18,000 ตำแหน่ง ธนาคาร HSBC ก็เตรียมลดพนักงานอีก 4,700 คน หากแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และภาคธุรกิจยังคงปรับลดพนักงานเพื่อลดต้นทุนต่อไป ในระยะเวลาอีกไม่นานโลกเราอาจพบกับเศรษฐกิจถดถอยในรูปแบบที่ไม่เคยพบมาก่อนก็เป็นได้

ขอบคุณ ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซต์ ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี
post : เสาร์  ที่ 16  พฤศจิกายน  2562  เวลา  14:58:46 น.  by  www.CreditOnHand.com
 สินเชื่อบ้าน
 ประกันภัยรถยนต์
สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money JMT Loan
สมัครสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ สินเชื่อ เจมันนี่ J Money สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล เจมันนี่ J Money รายได้รวม 10,000 บาทขึ้นไป อายุ 20-55 ปี ไม่เปิดรับพนักงานรายวัน ,เจ้าของกิจการสมัครได้
สินเชื่อบุคคล J Money อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 28% ต่อปี สามารถจ่ายขั้นต่ำเพียง 2.5%หรือไม่ต่ำกว่า 200 บาทของยอดที่ใช้วงเงินเป็นสินเชื่อหมุนเวียน
บัตรเครดิตกรุงไทย เคทีซี KTC CreditCard
สมัครบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย เคทีซี วีซ่า KTC Credit Card เพียงมีรายได้รวม 15,000 บาทขึ้นไป วงเงินใช้จ่ายสูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ฟรี..ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปีตลอดชีพโดยไม่มีเงื่อนไข
บริการชำระค่าสาธณูปโภค/บริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต ที่การไฟฟ้านครหลวง,ส่วนภูมิภาค,ทีโอที ทุก 1,000 คะแนนใช้แทนเงินสด100 บาท
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น :
โดย :
รหัสคำถาม :
ตอบคำถาม :
ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ CreditOnHand.com โพสต์ข้อความที่สร้างสรรค์ไม่ใช้คำหยาบ ในกระทู้นี้ค่ะ
ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม

ฮอตฮิตประจำสัปดาห์

บ้านมือสองเงินเหลือ
ลงโฆษณาฟรี
 ลงโฆษณา Text Link
สินค้าแลกแบนเนอร์
สินเชื่อทะเบียนรถ ทิสโก้ ออโต้แคช
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้
เดือนละ 1,000 บาท 5 เว็บไซต์ และ 10 หัวข้อวาไรตี้